Latest

ถูกบีบให้เอาเด็กในท้องออกเพราะรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง

 คุณหมออยากปรึกษาคะ หนูกินยา Isotretinoin แล้วตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้สับสนมากถูกบีบให้เอาเด็กในท้องออกเพราะโรงพยาบาลเอกชนแห่งนึงในกทม. บอกคุณแม่ว่าความเสี่ยง70%ต่อ30% อันนี้ไม่มีความรู้เลยทำไงดีคะ
……………………………………………….
ตอบครับ
      1. ฟังสำบัดสำนวนคุณท่าจะเป็นทุกข์กับคำพูดของหมอมากไปหน่อย คุณต้องเข้าใจหมอเขาด้วย ไม่ว่าจะเป็นรพ.เอกชนหรือรพ.รัฐบาลคุณหมอเขาก็ปฏิบัติเหมือนกันนั่นแหละ คือเมื่อคนไข้กินยา Isotreinoin ในระหว่างตั้งครรภ์สามเดือนแรก หมอจะต้องพูดถึงโอกาสได้ทารกพิการ และจะต้องเสนอทางเลือกทำแท้งให้เป็นทางเลือกทางหนึ่ง ดังนั้นคุณหมอของคุณก็แนะนำไปตามหลักวิชาดีแล้ว แต่คุณเป็นทุกข์เพราะตัดสินใจไม่ถูก ตรงนี้คุณก็ต้องแก้ทุกข์ของคุณเอง เพราะการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของคุณ อย่าพอทุกข์แล้วก็ไปพาลพะโลว่าหมอเขา
        2. พูดถึง % ความเสี่ยงที่จะได้ลูกพิการ ข้อมูลที่คุณหมอของคุณบอกคุณว่าโอกาสจะได้ลูกพิการมี 70% นั้น คุณหมอเขาคงหมายความรวมถึงเด็กที่ถูกแพทย์จับทำแท้งไปเสียก่อนคลอดและเด็กที่แท้งไปเองโดยไม่ทันได้คลอดออกมามีชีวิตด้วย 
     ความจริงเป็นอย่างไร ผมจะเล่างานวิจัยนี้ให้ฟังอย่างละเอียดนะ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบติดตามดูกลุ่มคน 8,609 คนที่กินยานี้ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเภสัชวิทยาคลินิกอังกฤษ พบว่ามีคนเผลอปล่อยให้ตั้งครรภ์ 90 คน ในจำนวนนี้ถูกหมอจับทำแท้งไปเสีย 76 คน (84%) แท้งบุตรเองตามธรรมชาติ 3 คน เด็กตายขณะคลอด 2 คน เหลือ คลอดออกมามีชีวิต 9 คน (10% ของคนที่ตั้งครรภ์) ซึ่งใน 9 คนนี้มีความผิดปกติแต่กำเนิดคนเดียว (10% ของเด็กที่คลอดมีชีวิต) ความผิดปกติในเด็กหนึ่งเดียวรายนั้นเป็นความผิดปกติของรูปทรงใบหน้าและลำคอซึ่งไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมีชีวิตปกติ ความเสี่ยงที่จะได้ความผิดปกติแบบรุนแรงนี้ถูกกลั่นกรองโดยธรรมชาติ กล่าวคือถ้าทารกผิดปกติรุนแรง ก็จะเกิดการแท้งบุตรเสียเอง นี่เป็นกลไกธรรมชาติ ดังนั้นทารกที่มาถึงคลอดมีชีวิต หากผิดปกติก็ จะเป็นระดับไม่รุนแรง
     ในชีวิตจริง การคิดความเสี่ยงว่าเด็กคลอดออกมามีชีวิตมีโอกาสพิการกี่เปอร์เซ็นต์นั้น เราไม่จำเป็นต้องเอาเด็กที่เขาแท้งของเขาไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ทันได้เกิดมาดอก เพราะแท้งไปแล้วก็จบ เราไม่กังวล ที่เรากังวลคือเด็กที่คลอดออกมีชีวิตแต่พิการ ซึ่งจะพาให้ทุกข์ทั้งพ่อแม่และเด็ก หากมองความเสี่ยงที่จะได้เด็กคลอดมีชีวิตแต่พิการแล้ว จะมีเพียง 10% ของเด็กคลอดทั้งหมดที่แม่กินยา Isotretinoin สิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็ไม่ได้เปรียบเทียบกับกรณีคลอดปกติว่าเป็น 10 ต่อ 0 นะ เพราะในการคลอดปกติขณะที่แม่ดีๆอยู่ไม่ได้กินยาอะไรก็มีโอกาสที่จะคลอดได้เด็กมีชีวิตแต่พิการอยู่แล้วประมาณ 3-4% ดังนั้นโอกาสที่คุณจะคลอดได้ลูกพิการมากกว่ากรณีปกติก็คือประมาณ 6-7%
      
        3. มันยังมีความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง คือความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพจิตของแม่หากทำแท้ง คือแม่ทุกคนที่จำใจทำแท้งทั้งๆที่อยากได้ลูก จะมีปัญหานี้ทุกคน มีโอกาสเกิดถึง 100% หากเลือกทำแท้ง คือทำแท้งเมื่อไหร่ แม่มีปัญหาทางใจเมื่อนั้น พูดภาษาชาวบ้านก็คือการต้องผจญกับความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็นคนประเภทไหนเนี่ย เป็นแม่ที่ฆ่าลูกตัวเอง ความรุนแรงของปัญหานี้ผมไม่สามารถประเมินได้ เพราะไม่ทราบพื้นฐานจิตใจของคุณซึ่งจะเป็นแม่ในกรณีนี้
          4. ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องคิดถึงความเสี่ยงที่แม่จะได้รับอันตรายจากการทำแท้ง คือการทำแท้งนี้เป็นหัตถการที่รุกล้ำ ไม่ใช่อะไรเล็กๆแบบเล่นขายของ พลาดท่าเสียทีก็ตายได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับเลือกการทำแท้งแบบไหนด้วย หากมีหมอสูติใจดีทำแท้งให้ในโรงพยาบาลที่ดี ความเสี่ยงนี้ก็น้อย ปัญหาก็คือจะหาหมอสูติทำแท้งให้ได้หรือเปล่า เพราะหมอสูติส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักล้วนเป็นพันธุ์สาบานกับตัวเองมาตั้งแต่เกิดว่าจะไม่ยอมทำแท้ง ถ้าหาไหมอทำแท้งให้ได้ก็ดีไป แต่หากต้องไปทำแท้งกันที่คลินิกเถื่อน ความเสี่ยงอันนี้ก็มากซึ่งผมไม่แนะนำเลย
          เอาละ ทางเลือกก็อยู่ตรงหน้าแล้ว ความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกก็ชัดอยู่ตรงหน้าแล้ว คราวนี้ก็ตัดสินใจเองเลยครับ คุณและแฟนต้องตัดสินใจ ผมมีหน้าที่ให้ข้อมูลเท่านั้น 
     ก่อนจบผมขอเล่ามุมกว้างให้ท่านผู้อ่านท่านอื่นทราบไว้เป็นความรู้ใส่บ่าแบกหามสักหน่อย ว่ายาโรแอคคิวเทน หรือของอีกบริษัทหนึ่งชื่อ Accutane ทั้งสองตัวล้วนมีชื่อจริงว่า isotretinoin เป็นยารักษาสิว ที่ถูกถอนออกจากตลาดอเมริกาไปแล้วเพราะทำให้หญิงตั้งครรภ์คลอดบุตรพิการมากขึ้น แต่เมืองไทยยังขายได้ เพราะ
     “เมืองไทยเรานี้ แสนดีหนักหนา 
     ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว 
     ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า 
     อะไรที่ขายเมืองนอกไม่ได้ขายในเมืองไทยได้หมด”
     หิ หิ ขอโทษ นอกเรื่อง กลับเข้าเรื่องดีกว่า ยานี้ถูกจัดอันดับเป็น category X คือห้ามใช้ในคนตั้งครรภ์เด็ดขาด ในอเมริกายุคที่ยังมียานี้ขายอยู่ การจ่ายยานี้ต้องทำผ่านระบบสาบานตน (iPLEDGE) ซึ่งทั้งแพทย์ คนไข้ และเภสัชกร ต้องลงทะเบียนรับรองแข็งขันว่าก่อนเริ่มใช้ยาไม่ได้ตั้งครรภ์ และระหว่างใช้ยาได้คุมกำเนิดเบิ้ลอย่างน้อยสองวิธีเพื่อความชัวร์ แต่ว่าเมืองไทยเราไม่ต้อง เพราะคนไทยเราชอบแบบอิสรเสรีนิวฟรีด้อม 
นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
บรรณานุกรม
1.     Bérard, A; Azoulay, L; Koren, G; Blais, L; Perreault, S; Oraichi, D. “Isotretinoin, pregnancies, abortions and birth defects: a population-based perspective”. British Journal of Clinical Pharmacology 2007; 63 (2): 196–205.

…………………………………………………..
จดหมายจากท่านผู้อ่าน
ขอบคุณพระคุณคุณหมอมากๆคะ ดิฉันและสามีเลือกที่จะฝากครรภ์ต่อที่โรงพยาบาล … คะคุณหมอ เดี๋ยวดิฉันจะขออัพเดทอาการไปเรื่อยๆนะคะ เพราะเคสแบบนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยรึป่าวเลยไม่ค่อยมีคนนำมาแชร์ประสบการณ์ทำให้ดิฉันมืดแปดด้าน พอได้มาอ่านของคุณหมอ ทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะคะ 
ขอบพระคุณคุณหมออย่างสูงที่ตอบเมล์ดิฉันนะคะ 🙏🏻🙏🏻🙏🏻